← บทความทั้งหมด ความรู้

OEE คืออะไร? วิธีคำนวณ OEE และ 6 ความสูญเสียที่ทำให้เครื่องจักรผลิตได้ไม่เต็มที่

27 ต.ค. 2026 · โดย NKE Team

ผู้จัดการโรงงานหลายคนรู้สึกว่าเครื่องจักร “ทำงานทั้งวัน” แต่ยอดผลิตกลับไม่ถึงเป้า คำถามคือเวลาหายไปไหน OEE (Overall Equipment Effectiveness) คือตัวชี้วัดที่ตอบคำถามนี้ได้ชัดที่สุด เพราะแยกให้เห็นว่าความสูญเสียมาจากเครื่องหยุด เครื่องเดินช้า หรือของเสีย บทความนี้อธิบายว่า OEE คืออะไร คำนวณอย่างไร และเริ่มเพิ่ม OEE ในโรงงานได้จากตรงไหน

OEE คืออะไร

OEE คือสัดส่วนของเวลาที่เครื่องจักร ผลิตของดีด้วยความเร็วเต็มที่ เมื่อเทียบกับเวลาที่วางแผนให้ผลิต ถ้า OEE เท่ากับ 100% แปลว่าตลอดเวลาที่วางแผนไว้ เครื่องเดินไม่หยุดเลย เดินด้วยรอบเวลามาตรฐาน และไม่มีของเสียแม้แต่ชิ้นเดียว ในความเป็นจริงไม่มีโรงงานไหนได้ 100% แต่ OEE ช่วยให้เห็นว่าช่องว่างที่เหลือมาจากอะไร

OEE เป็นแนวคิดหลักของ TPM (Total Productive Maintenance) และใช้ได้กับเครื่องจักรแทบทุกประเภท ทั้งเครื่อง CNC เครื่องปั๊ม เครื่องฉีด หุ่นยนต์ และไลน์ประกอบ

สูตรคำนวณ OEE

OEE คำนวณจาก 3 องค์ประกอบคูณกัน:

OEE = Availability × Performance × Quality

  • Availability (อัตราการเดินเครื่อง) = เวลาเดินเครื่องจริง ÷ เวลาที่วางแผนให้ผลิต บอกว่าเครื่องหยุดไปนานแค่ไหน
  • Performance (ประสิทธิภาพความเร็ว) = (รอบเวลามาตรฐานต่อชิ้น × จำนวนชิ้นที่ผลิตทั้งหมด) ÷ เวลาเดินเครื่องจริง บอกว่าตอนที่เดินอยู่ เครื่องเดินช้ากว่าที่ควรหรือไม่
  • Quality (อัตราของดี) = จำนวนชิ้นงานดี ÷ จำนวนชิ้นที่ผลิตทั้งหมด บอกว่าผลิตออกมาแล้วเสียไปเท่าไร

ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)

เครื่อง CNC หนึ่งเครื่องมีแผนผลิต 1 กะ เท่ากับ 480 นาที ระหว่างกะเครื่องหยุดรวม 60 นาที (รอวัตถุดิบ เปลี่ยนงาน เครื่องขัดข้อง) รอบเวลามาตรฐานคือ 1 นาทีต่อชิ้น ทั้งกะผลิตได้ 380 ชิ้น เป็นงานดี 361 ชิ้น

  • Availability = 420 ÷ 480 = 87.5%
  • Performance = (1 × 380) ÷ 420 = 90.5%
  • Quality = 361 ÷ 380 = 95.0%
  • OEE = 0.875 × 0.905 × 0.950 ≈ 75.2%

ตรวจสอบอีกวิธีได้จาก (งานดี × รอบเวลามาตรฐาน) ÷ เวลาที่วางแผน = 361 ÷ 480 ≈ 75.2% ค่าที่ได้ต้องตรงกัน ถ้าไม่ตรง แสดงว่าข้อมูลที่เก็บมาบางตัวคลาดเคลื่อน

6 Big Losses: ความสูญเสีย 6 อย่างที่ทำให้ OEE ต่ำ

แต่ละองค์ประกอบของ OEE มีความสูญเสียหลักอยู่ 2 อย่าง รวมเป็น 6 อย่าง:

  1. เครื่องเสีย (Breakdowns) เครื่องขัดข้องจนต้องหยุดซ่อม กระทบ Availability
  2. การตั้งเครื่องและเปลี่ยนงาน (Setup and adjustments) เวลาเปลี่ยนแม่พิมพ์ จิ๊ก หรือโปรแกรม กระทบ Availability
  3. หยุดสั้น ๆ บ่อย ๆ (Small stops) ชิ้นงานติด เซนเซอร์ทำงานผิด รอพนักงานป้อนชิ้นงาน กระทบ Performance
  4. เดินช้ากว่ามาตรฐาน (Reduced speed) ลดความเร็วเพราะกลัวของเสียหรือเครื่องไม่สมบูรณ์ กระทบ Performance
  5. ของเสียช่วงเริ่มเดินเครื่อง (Startup rejects) ชิ้นงานที่เสียระหว่างปรับเครื่องหลังเปลี่ยนงาน กระทบ Quality
  6. ของเสียระหว่างผลิต (Production rejects) ชิ้นงานหลุดพิกัดจากเครื่องมือสึกหรือเครื่องจักรขยายตัว กระทบ Quality

ความสูญเสียที่มองข้ามง่ายที่สุดคือข้อ 3 และ 4 เพราะเครื่อง “ดูเหมือนเดินอยู่” แต่เมื่อรวมทั้งเดือนกลับเป็นเวลาที่หายไปจำนวนมาก

ทำไมการจดด้วยมือทำให้ OEE เพี้ยน

หลายโรงงานเริ่มจากให้พนักงานจดเวลาหยุดเครื่องลงกระดาษหรือ Excel ซึ่งดีกว่าไม่วัดเลย แต่มักมีปัญหาเหล่านี้:

  • การหยุดสั้น ๆ ไม่กี่นาทีไม่ถูกจด เพราะจดไม่ทันหรือคิดว่าไม่สำคัญ
  • สาเหตุการหยุดถูกบันทึกไม่ตรงกันในแต่ละกะ ทำให้วิเคราะห์ต่อไม่ได้
  • ตัวเลขมาถึงผู้จัดการช้า แก้ปัญหาได้หลังจากเสียหายไปแล้ว
  • รอบเวลามาตรฐานไม่ได้อัปเดตตามโปรแกรมจริง ทำให้ Performance สูงหรือต่ำเกินจริง

เพิ่ม OEE อย่างไรให้ได้ผล

1. วัดอัตโนมัติจากเครื่องจักรก่อน

เชื่อมต่อเครื่อง CNC หุ่นยนต์ และเครื่องจักรอื่นเข้าระบบเก็บข้อมูล ให้สถานะเดิน หยุด และจำนวนชิ้นถูกบันทึกเอง แล้วให้พนักงานเลือกสาเหตุการหยุดจากรายการที่กำหนดไว้ จะได้ข้อมูลที่ครบและเทียบกันได้ทุกกะ

2. แก้ความสูญเสียที่ใหญ่ที่สุดทีละเรื่อง

เรียงสาเหตุการหยุดตามเวลาที่เสียไป (Pareto) แล้วเริ่มจากเรื่องที่ใหญ่ที่สุด เช่น เวลาเปลี่ยนงานนาน ใช้แนวคิด SMED และจิ๊กเปลี่ยนเร็ว หรือรอพนักงานป้อนชิ้นงาน ใช้หุ่นยนต์ป้อนชิ้นงานเครื่อง CNC

3. ลดของเสียที่ต้นเหตุ

ถ้า Quality ต่ำเพราะขนาดชิ้นงานค่อย ๆ หลุดพิกัด การนำผลวัดไปปรับค่า Offset ของเครื่องให้ทันเวลาช่วยได้มาก ดูแนวทางได้ที่ Auto Offset สำหรับ FANUC CNC

4. ทำให้ทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน

แสดง OEE และสาเหตุการหยุดบนจอที่หน้างานและในห้องประชุม ทีมผลิต ซ่อมบำรุง และคุณภาพจะคุยกันด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน แทนการคาดเดา

คำถามที่พบบ่อย

OEE เท่าไรถึงเรียกว่าดี?

ขึ้นกับประเภทงานและอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขเปรียบเทียบคือแนวโน้มของเครื่องจักรเราเอง ให้วัดอย่างสม่ำเสมอ แล้วดูว่าดีขึ้นหลังแก้ปัญหาแต่ละเรื่องหรือไม่

ควรคิด OEE เวลาพักและเวลาที่ไม่มีแผนผลิตหรือไม่?

ไม่ควร OEE ใช้เฉพาะเวลาที่วางแผนให้ผลิต เวลาพักตามกำหนดหรือวันที่ไม่มีแผนผลิตให้หักออกก่อนคำนวณ ส่วนการหยุดที่ไม่ได้วางแผน เช่น รอวัตถุดิบ ต้องนับเป็นความสูญเสีย

ใช้กับเครื่องจักรเก่าได้ไหม?

ได้ในเครื่องส่วนใหญ่ เครื่องที่ไม่มีพอร์ตสื่อสารสามารถอ่านสัญญาณสถานะหรือติดเซนเซอร์นับชิ้นเพิ่มได้ วิศวกรจะสำรวจเครื่องแต่ละรุ่นก่อนเลือกวิธีเชื่อมต่อ

เริ่มวัด OEE กับ NKE

NKE ออกแบบระบบเก็บข้อมูลเครื่องจักร แสดง OEE สถานะเครื่อง และสาเหตุการหยุด พร้อมงานปรับปรุงหน้างาน ตั้งแต่จิ๊ก หุ่นยนต์ป้อนชิ้นงาน ไปจนถึงโซลูชันเครื่องจักร CNC และระบบอัตโนมัติในโรงงาน เล่าโจทย์ของคุณผ่านแบบฟอร์มติดต่อ โทร 02-746-7196 หรือ LINE @nke.th

อยากคุยเรื่องระบบอัตโนมัติในโรงงานของคุณ?

ปรึกษาวิศวกรแชท LINE
ข่าวสาร

METALEX 2026 บูธ BT35: ชม NKE AOC ระบบ Auto Offset จากผลวัด CMM สู่ FANUC CNC ในโซน Future Tech

NKE ร่วมงาน METALEX 2026 ที่บูธ BT35 ไบเทค บางนา 18–21 พ.ย. 2569 พร้อมโชว์การทำงานจริงของ NKE AOC ระบบชดเชยค่า CNC Offset อัตโนมัติจากผลวัด CMM ที่ได้รับคัดเลือกในโซน Future Tech

25 ต.ค. 2026 · NKE Team
ความรู้

Auto Offset FANUC CNC คืออะไร? ระบบ Auto Compensation ชดเชยค่า Offset อัตโนมัติจากผลวัด CMM

รู้จัก Auto Offset / Auto Compensation สำหรับเครื่อง FANUC CNC และระบบส่วนกลางของ NKE ที่นำผลวัดจาก CMM หลายเครื่องมาวิเคราะห์ แล้วชดเชยค่า Offset ให้ CNC หลายเครื่องโดยอัตโนมัติ ได้รับคัดเลือกเป็น Future Tech Selected Product ในงาน METALEX 2026

25 ต.ค. 2026 · NKE Team
ความรู้

เจาะรูลึก (Deep Hole Drilling) คืออะไร? วิธีเจาะ ปัญหาที่พบ และเครื่องจักรที่เหมาะสม

รูที่ลึกเกินราว 10 เท่าของขนาดรู เจาะด้วยดอกสว่านทั่วไปได้ยาก ทำความรู้จัก Gun Drilling และ BTA ปัจจัยที่ทำให้รูตรงและผิวดี งานที่ต้องใช้ และเครื่องเจาะรูลึกสำหรับงานผลิตจำนวนมาก

22 ต.ค. 2026 · NKE Team